สังคมเข้มแข็งและมีดุลยภาพทั้ง 3 ด้าน เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสภาพสังคมไทยที่ต้องการในอนาคต จากวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ.2544- 2549 ) ที่ประกาศชัดว่าในอนาคต 20 ปีข้างหน้าคนไทยจะต้องแก้ปัญหาความยากจนได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ให้เกิดขึ้น มีการพัฒนาที่ยั่งยืน และความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสร้างค่านิยมโดยตระหนักถึงความจำเป็น ของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด ทัศนคติ และกระบวนการทำงาน เพื่อเอื้อต่อการบริหารจัดการประเทศรูปแบบใหม่ ที่มุ่งสู่ประสิทธิภาพและคุณภาพ ก้าวตามโลกได้อย่างเท่าทัน
สังคมเข้มแข็งและมีดุลยภาพทั้ง 3 ด้าน คือสังคมที่มีคุณภาพ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาการเรียนรู้และสังคมที่สมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน คุณภาพภาพของสังคมไทยหลักที่ยึด คือความสมดุล ความพอเพียงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ดี มีเมืองและชุมชนน่าอยู่ มีระบบดีมีประสิทธิภาพ ระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ เข้มแข็ง แข่งขันได้ ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลยกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีระบบการเมืองการปกครองที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย ตรวจสอบได้ และมีความเป็นธรรมในสังคม จึงเชื่อได้ว่าสังคมคุณภาพ สามารถสร้างคนทุกด้านให้เป็นคนดี คนเก่ง พร้อมด้วยคุณธรรม มีวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกสาธารณะ พึ่งตนเองได้ คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข
ในส่วนสังคมภูมิปัญญาแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมที่ให้โอกาสคนไทยทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นคนทีมีความสามารถคิดเป็นทำเป็น มีเหตุผล รู้เท่าทันโลกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง รักษา ประยุกต์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ภูมิปัญญาในท้องถิ่น และเมื่อสังคมเป็นไปอย่างที่ต้องการแล้ว ก็น่าที่จะดำรงไว้ซึ่งการเป็นสังคมสมานฉันท์ และเอื้ออาทร ครอบครัวอุ่น สังคมเข้มแข็ง เป็นสังคมคุณธรรม ทั้งนี้การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นไปเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพตามนโยบายในแผนการศึกษา ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540-2544) ยังไม่ได้ผล นั่นแสดงว่าระบบการจัดการศึกษา ยังสร้างคนไทยให้มีคุณภาพไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เป้าหมายของแผนการศึกษาชาติจึงกำหนดเจาะจง เน้นพัฒนาคุณภาพคน สภาพสถานศึกษา เหตุผลก็คือ ผู้เรียนต้องเก่ง และมีความสุข พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ครูได้รับการพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน และทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครู ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกำกับความสามารถของตน นั่นคือ สถานทุกแห่งเข้าสู่ระบบประกันคุณภาพการศึกษา
ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา (มาตร 47 – 51) โดยที่มาตร 47 ให้มีระบบการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ในส่วนมาตรา 48 ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในและให้เป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารการศึกษา ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานเป็นประการใดให้จัดทำเป็นรายงานประจำปี เสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อรองรับการประเมินภายนอก ประกอบกับปัจจุบันมีการกระจายอำนาจการศึกษาไปยังสถานศึกษาและส่วนภูมิภาค จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเป็นเอกภาพของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้กับชุมชน ผู้ปกครอง ว่าบุตรหลานของตนเกิดคุณภาพจากศึกษาที่จัดให้เท่าเทียมกัน
เว็บติวสอบ
เว็บผู้บริหารสถานศึกษา : คิดนอกกรอบก่อนบริหารจัดการ
เว็บติวสอบ
เว็บผู้บริหารสถานศึกษา : คิดนอกกรอบก่อนบริหารจัดการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น