วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความเป็นมาของการประกันคุณภาพภายใน

             สังคมเข้มแข็งและมีดุลยภาพทั้ง  3  ด้าน  เป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของสภาพสังคมไทยที่ต้องการในอนาคต  จากวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่  9  (พ.ศ.2544- 2549 ) ที่ประกาศชัดว่าในอนาคต  20  ปีข้างหน้าคนไทยจะต้องแก้ปัญหาความยากจนได้  และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ให้เกิดขึ้น  มีการพัฒนาที่ยั่งยืน  และความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสร้างค่านิยมโดยตระหนักถึงความจำเป็น  ของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด  ทัศนคติ และกระบวนการทำงาน  เพื่อเอื้อต่อการบริหารจัดการประเทศรูปแบบใหม่  ที่มุ่งสู่ประสิทธิภาพและคุณภาพ  ก้าวตามโลกได้อย่างเท่าทัน
                สังคมเข้มแข็งและมีดุลยภาพทั้ง  3  ด้าน  คือสังคมที่มีคุณภาพ  เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาการเรียนรู้และสังคมที่สมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน  คุณภาพภาพของสังคมไทยหลักที่ยึด  คือความสมดุล  ความพอเพียงในทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ดี  มีเมืองและชุมชนน่าอยู่  มีระบบดีมีประสิทธิภาพ  ระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ  เข้มแข็ง  แข่งขันได้  ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสมดุลยกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มีระบบการเมืองการปกครองที่โปร่งใส  เป็นประชาธิปไตย  ตรวจสอบได้  และมีความเป็นธรรมในสังคม  จึงเชื่อได้ว่าสังคมคุณภาพ สามารถสร้างคนทุกด้านให้เป็นคนดี  คนเก่ง  พร้อมด้วยคุณธรรม  มีวินัย  มีความรับผิดชอบ  มีจิตสำนึกสาธารณะ  พึ่งตนเองได้  คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีความสุข
                ในส่วนสังคมภูมิปัญญาแห่งการเรียนรู้  เป็นสังคมที่ให้โอกาสคนไทยทุกคนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต  เป็นคนทีมีความสามารถคิดเป็นทำเป็น มีเหตุผล  รู้เท่าทันโลกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง  รักษา ประยุกต์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ภูมิปัญญาในท้องถิ่น  และเมื่อสังคมเป็นไปอย่างที่ต้องการแล้ว  ก็น่าที่จะดำรงไว้ซึ่งการเป็นสังคมสมานฉันท์  และเอื้ออาทร ครอบครัวอุ่น สังคมเข้มแข็ง เป็นสังคมคุณธรรม ทั้งนี้การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นไปเพื่อพัฒนาผู้เรียนตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพตามนโยบายในแผนการศึกษา ฉบับที่  8  (พ.ศ.2540-2544)  ยังไม่ได้ผล  นั่นแสดงว่าระบบการจัดการศึกษา  ยังสร้างคนไทยให้มีคุณภาพไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เป้าหมายของแผนการศึกษาชาติจึงกำหนดเจาะจง เน้นพัฒนาคุณภาพคน  สภาพสถานศึกษา  เหตุผลก็คือ  ผู้เรียนต้องเก่ง และมีความสุข พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ  ครูได้รับการพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน และทั้งผู้บริหารสถานศึกษา ครู ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกำกับความสามารถของตน นั่นคือ สถานทุกแห่งเข้าสู่ระบบประกันคุณภาพการศึกษา
               ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ว่าด้วยมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา  (มาตร 47 51)  โดยที่มาตร 47  ให้มีระบบการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก  ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามกฎกระทรวง  ในส่วนมาตรา  48 ให้สถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในและให้เป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารการศึกษา  ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  ผลการดำเนินงานเป็นประการใดให้จัดทำเป็นรายงานประจำปี  เสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน  เพื่อรองรับการประเมินภายนอก  ประกอบกับปัจจุบันมีการกระจายอำนาจการศึกษาไปยังสถานศึกษาและส่วนภูมิภาค  จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเป็นเอกภาพของการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ  สร้างความมั่นใจให้กับชุมชน  ผู้ปกครอง ว่าบุตรหลานของตนเกิดคุณภาพจากศึกษาที่จัดให้เท่าเทียมกัน


เว็บติวสอบ
เว็บผู้บริหารสถานศึกษา : คิดนอกกรอบก่อนบริหารจัดการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น